วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

4 ว.สารพัดช่างตกประเมินรอบ 2

วันที่ 05 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11562 มติชนรายวัน


4 ว.สารพัดช่างตกประเมินรอบ 2


"สุโขทัย-สมุทรปราการ-ปราจีนบุรี-ธนบุรี" "สมหวัง"แตะเบรกอาชีวะเฮโลสอน"ป.ตรี"



เมื่อ วันที่ 4 พฤศจิกายน นายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองด้านการอาชีวศึกษา ประเภทสารพัดช่าง ว่า จากการประเมินวิทยาลัยสารพัดช่าง 50 แห่ง พบว่า ส่วนใหญ่ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาของ สมศ. 42 แห่ง คิดเป็น 84% ไม่ได้รับการรับรอง 4 แห่ง คิดเป็น 8% ได้แก่ วิทยาลัยสารพัดช่างสุโขทัย วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ วิทยาลัยสารพัดช่างปราจีนบุรี และวิทยาลัยสารพัดช่างธนบุรี และรอพินิจ 4 แห่ง คิดเป็น 8% ได้แก่ วิทยาลัยสารพัดช่างพัทลุง วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร วิทยาลัยสารพัดช่างตราด และวิทยาลัยสารพัดช่างชลบุรี ส่วนที่รอพินิจต้องปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายใน 6-12 เดือน

นายสมหวัง กล่าวว่า เมื่อจำแนกเป็นรายมาตรฐาน ปรากฏว่า มาตรฐานด้านประกันคุณภาพภายใน มีสถานศึกษาที่อยู่ในระดับดีมาก 9 แห่ง คิดเป็น 18% ดี 32 แห่ง คิดเป็น 64% พอใช้ 5 แห่ง คิดเป็น 10% และควรปรับปรุง 1 แห่ง คิดเป็น 2% ต้องปรับปรุง 3 แห่ง คิดเป็น 6% ด้านการฝึกอบรม มีสถานศึกษาที่อยู่ในระดับดีมาก 16 แห่ง คิดเป็น 32% ดี 32 แห่ง คิดเป็น 64% พอใช้ 2 แห่ง คิดเป็น 4% ด้านจัดการศึกษา มีสถานศึกษาที่อยู่ในระดับดีมาก 5 แห่ง คิดเป็น 10% ดี 36 แห่ง คิดเป็น 72% พอใช้ 9 แห่ง คิดเป็น 18% ด้านการเทียบโอนผลการเรียนรู้ มีสถานศึกษาที่อยู่ในระดับดีมาก 8 แห่ง คิดเป็น 29.63% ดี 16 แห่ง คิดเป็น 59.26% พอใช้ 3 แห่ง คิดเป็น 11.11% ด้านการให้บริการวิชาการและวิชาชีพต่อชุมชนและสังคม มีสถานศึกษาที่อยู่ในระดับดีมาก 26 แห่ง คิดเป็น 52% ดี 23 แห่ง คิดเป็น 46% พอใช้ 1 แห่ง คิดเป็น 2% และด้านการบริหารและการจัดการ มีสถานศึกษาที่อยู่ในระดับดีมาก 16 แห่ง คิดเป็น 32% ดี 31 แห่ง คิดเป็น 62% พอใช้ 1 แห่ง คิดเป็น 2%

นายสมหวังกล่าวอีกว่า กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกฎกระทรวงศึกษาธิการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะ กรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา 19 แห่งนั้น จากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองด้านการอาชีวะของรัฐ และเอกชน พบว่า สถานศึกษาที่ได้รับการประเมินภายนอกแล้ว 549 แห่ง ส่วนใหญ่ 424 แห่ง มีผลการประเมินอยู่ในระดับดี และ 101 แห่ง มีผลการประเมินในระดับดีมาก มีสถานศึกษารอพินิจ 25 แห่ง แบ่งเป็น ของรัฐ 14 แห่ง เอกชน 21 แห่ง และสถานศึกษาที่ สมศ.ไม่รับรองมาตรฐาน 59 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นของรัฐ 27 แห่ง และเอกชน 32 แห่ง เมื่อพิจารณาจำนวนอาจารย์ผู้สอน พบว่า ปัจจุบันวิทยาลัยในสังกัด สอศ.มีสัดส่วนอาจารย์ที่เป็นลูกจ้างกว่า 50% และมีวุฒิระดับปริญญาตรี 73% หรือ 2 ใน 3 ของอาจารย์ทั้งหมด ดังนั้น การเปิดสอนระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยี หรือปฏิบัติการของอาชีวะ ต้องรีบพัฒนาบุคลากร อย่างน้อยผู้ที่จะสอนระดับปริญญาตรีได้ต้องจบปริญญาโทขึ้นไป และควรมีประสบการณ์ในสถานประกอบการมากพอ ดังนั้น แม้จะมีกฎกระทรวงแล้ว แต่การอนุมัติให้กลุ่มสถาบันเปิดสอนถึงระดับปริญญาตรี ควรพิจารณาความพร้อมของอาจารย์ และประเภทสาขาวิชา โดยยึดผลการประเมินของ สมศ.ไม่ใช่ถือเป็นการขยายโอกาส เพราะจะกลายเป็นปัญหาใหม่ในวงการอาชีวะ

"การ กำหนดให้กลุ่มสถาบันใดเปิดสอนปริญญาตรีในสาขาวิชาไหน ควรดูผลประเมินของ สมศ.ก่อน หากกลุ่มใดมีสถานศึกษาที่ได้รับการประเมินในระดับดีมาก ถือเป็นกลุ่มที่มีความพร้อมมาก แต่กลุ่มใดไม่ได้รับการรับรองมาก ต้นสังกัดต้องเร่งพัฒนาเพื่อยกคุณภาพให้ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันทั้ง 101 แห่ง ที่ได้รับการประเมินในระดับดีมาก กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) น่าจะนำร่องจริงจัง โดยให้สถานศึกษาในกลุ่มนี้มีฐานะเป็นนิติบุคคล เริ่มภูมิภาคละ 1-2 แห่ง บริหารจัดการ และรับงบประมาณโดยตรงจากสำนักงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาอาจารย์ลูกจ้าง และบรรจุเป็นข้าราชการได้เอง จากนั้นขยายผลในกลุ่มที่ได้ระดับดีให้เป็นนิติบุคคล" นายสมหวังกล่าว

หน้า 22
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01edu01051152&sectionid=0107&day=2009-11-05

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
kb
http://www.healthstation.in.th/index1.html
http://camp02.blogspot.com/ camp02
http://kb1951.blogspot.com/ tkpark
http://kbparks.blogspot.com/ tkpark9
http://word1951.blogspot.com/ wordpress
http://www.baanjomyut.com/library/lotus
http://www.pwdom.com
http://weblogcamp2009.blogspot.com/2009
http://www.twitter.com/kajorn
http://www.twitter.com/BKKFlashCamp
http://camp02.readyhomepage.com
http://www.twitter.com/sun1951
http://www.twitter.com/joomlacorner
http://sun1951.vaivaitraining.com
http://sun1951.wordpress.com
http://www.educationatclick.com/th/
http://gotoknow.org/blog/krunoppol/
http://baankruaeed.wordpress.com/
http://ngaochan.hi5.com/
http://www.oknation.net/blog/subaltern
http://gotoknow.org/migrantworkers

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ( Tourism for All or Barrier-free Tourism )


 
Please visit blog.Thanks for visiting!
http://www.parent-youth.net
http://www.thaihof.org
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://elibrary.nfe.go.th
http://ilaw.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://icann-ncuc.ning.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.industry4u.com
http://logistics.dpim.go.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://www.educationatclick.com/th/
http://www.think.co.th/idea/?p=151


 
From: kwanruthai <kwanruthai@dpiap.org>
To: 
Sent: Fri, October 30, 2009 4:44:13 PM
Subject: การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ( Tourism for All or Barrier-free Tourism )

เรียนทุกท่าน

 

ขอส่งข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ( Tourism for All or Barrier-free Tourism ) เอกสารตามไฟล์แนบ ขออภัยหากไฟล์แนบมีขนาดใหญ่

โดยที่ผ่านมาพันโทต่อพงษ์ กุลครรชิตและทีมงานดีพีไอเอพี จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้คนพิการและส่งเสริมสภาพแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวสำหรับคนทั้งมวลในพื้นที่ประสบภัยทสึนามิ (Training Workshop on Barrier-free Tourism) เมื่อวันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2548  เขาหลัก จ.พังงา โดยมีโรงแรม สถานประกอบการต่างๆในจังหวัดพังงา ที่ถูกผลกระทบจากภัยธรรมชาติทสึนามิ ร่วมประชุมในครั้งนี้  

โดยคุณศรัญ   ผู้บริหารบ้านเขาหลักรีสอร์ท ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ และเป็นผู้นำแนวความคิดไปปรับใช้ โดยมีแนวคิดที่กว้างไกลกว่ากฏหมายที่ระบุไว้  โดยมองตามหลักความเป็นจริงว่า การจัดสิ่งอนวยความสะดวกต้องเพียงพอต่อผู้ใช้บริการมากกว่าจัดสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่กฏหมายกำหนด เท่านั้น  และเป็นรีสอร์ทอันดับต้นๆของประเทศไทย ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ และได้รับรางวัลสถานที่ดีเด่นที่เอื้อต่อคนพิการ จัดโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายนที่ผ่านมา

ขออนุญาตลอกข้อความจากพันโทต่อพงษ์ กุลครรชิต ท่านเคยกล่าวว่า " งานด้านจัดการสภาพแวดล้อมนั้นยิ่งใหญ่ ทำคนเดียวไม่ได้ เหมือนการสร้างบ้านแปงเมือง ถ้าทุกคนทุกระดับที่สนใจงานพัฒนาคนพิการจะเข้าใจ และช่วยกันคนละไม้คนละมือ ติดตามตรวจสอบคนละโครงการ ไม่นานจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน จะรออาศัยการผลักดันจากส่วนกลางหรือกฎหมาย/นโยบายที่ดีไม่เพียงพอ การติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายด้วยวิธีการทั้งมวลก็สำคัญไม่น้อยกว่าตัวกฎหมายเอง เมื่อสภาพแวดล้อมได้รับการจัดการหรือปรับปรุงให้เอื้ออำนวย เราจะเห็นคนพิการกล้าออกมาปรากฏตัวมากขึ้น เจตคติของคนจะค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดี มองคนพิการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เจตคติต่อการจ้างงาน การศึกษา ฯลฯ ก็ค่อยๆ เปลี่ยนตาม นี่ไม่ใช่อุดมคติเลย คือเรื่องจริงที่ทำได้ ทีละน้อยๆระยะหลังๆ นี้มีการใช้งบประมาณเพื่อพัฒนาสิ่งก่อสร้างและแหล่งท่องเที่ยวกันมาก ทั้งโดยรัฐบาลและ อปท. พบว่าจำนวนมากอยู่ภายใต้บังคับกฎกระทรวง กรมโยธาฯ ๒๕๔๘ รวมทั้งงานก่อสร้างใหญ่น้อย แต่ขาดคนพิการ/องค์กร คอยเป็นหูเป็นตาการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล Tourism for All or Barrier-free Tourism มีส่วนสำคัญที่กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมให้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ คนชรา นอกเหนือไปจากนำรายได้เข้าประเทศจากคนกลุ่มนี้มหาศาล

กฎกระทรวง ๒๕๔๘….เรื่อง กำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการ  หรือทุพพลภาพ และคนชรา

ข้อ ๓ อาคารประเภทและลักษณะดังต่อไปนี้ ต้องจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชราตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ ในบริเวณที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป

(๑) โรงพยาบาล สถานพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข สถานีอนามัย อาคารที่ทำการของราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย สถานศึกษา หอสมุดและพิพิธภัณฑสถานของรัฐ สถานีขนส่งมวลชน เช่น ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ สถานีรถ ท่าเทียบเรือ ที่มีพื้นที่ส่วนใดของอาคารที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปเกิน ๓๐๐ ตารางเมตร

(๒) สำนักงาน โรงมหรสพ โรงแรม หอประชุม สนามกีฬา ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าประเภทต่าง ๆ ที่มีพื้นที่ส่วนใดของอาคารที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปเกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร

กฎกระทรวง ๒๕๔๒….เรื่อง ลักษณะอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ หรือบริการสาธารณะอื่น ที่ต้องมีอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการ "

 

จากที่เราเห็นความสำเร็จของการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในบ้านเขาหลักรีสอร์ทนั้น เกิดจากการทำงานอย่างหนักระหว่างการร่วมมือกันของคนพิการ องค์กรคนพิการ องค์กรในชุมชน และสถานประกอบการ  ทำงานร่วมกันอย่างเท่าเทียม จึงนำมาสู่การมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเสมอภาค  และงานด้านคนพิการ จำเป็นต้องร่วมมือกันในหลายๆฝ่าย หลายๆด้าน อยากให้ทุกคนตระหนักถึง และช่วยกันพัฒนาให้สังคมปราศจากอุปสรรค ทำให้คนพิการสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง

 

 

ขออภัยหากอีเมลฉบับนี้เป็นการรบกวน หรือ ส่งซ้ำ หากท่านไม่ประสงค์รับข้อมูลข่าวสาร/ประชาสัมพันธ์ กรุณาแจ้งได้ที่ kwanruthai@dpiap.org

 

ขอบคุณค่ะ

ขวัญฤทัย สว่างศรี

ผู้ประสานงานโครงการภายในประเทศ

องค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

 

Best regards,

Ms.Kwanruthai  Savangsri

National Project Coordinator

 

**************************************************************

Disabled Peoples' International Asia-Pacific Region (DPI/AP)

92 Phaholyothin 5 Road, Samsennai, Phayathai Bangkok 10400 THAILAND

Tel: 66 (0)2 271-2123

Fax: 66 (0)2 271-2124

Email: kwanruthai@dpiap.org

Website: http://www.dpiap.org/

**************************************************************

 


วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ข่าวจากสำนักงานองค์การคนพิการสากลฯ


 
Please visit blog.Thanks for visiting!
http://www.parent-youth.net
http://www.thaihof.org
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://elibrary.nfe.go.th
http://ilaw.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://icann-ncuc.ning.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.industry4u.com
http://logistics.dpim.go.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://www.educationatclick.com/th/
http://www.think.co.th/idea/?p=151


 
From: Apanee Mitthong <apanee@dpiap.org>
To:
Sent: Sun, October 25, 2009 7:33:12 PM
Subject: RE: ข่าวจากสำนักงานองค์การคนพิการสากลฯ

ขอบคุณคะ

 


From: kwanruthai [mailto:kwanruthai@dpiap.org]
Sent: Sunday, October 25, 2009 6:08 PM
To: 

Subject: ข่าวจากสำนักงานองค์การคนพิการสากลฯ

 

 

ข่าวภายในวันที่ ๑๙ ถึงวันที่ ๒๕ เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ดังนี้

 

 

-        ตรังเดือดร้อน! หลังรถไฟหยุดวิ่งกระทบต่อกีฬาคนพิการแห่งชาติ

ขอบคุณที่มาของข่าว http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000125432&Keyword=%a4%b9%be%d4%a1%d2%c3

 

-        รมต.สาทิตย์ วงศ์หนองเตย เปิดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 28 ศรีตรังเกมส์

ขอบคุณที่มาของข่าวhttp://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000127010&Keyword=%a4%b9%be%d4%a1%d2%c3

 

-        "ชลบุรี" ออกตัวแรงคว้า 2 เหรียญทองในกีฬาคนพิการแห่งชาติที่ตรังวันแรก

ขอบคุณที่มาของข่าว http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000127013&Keyword=%a4%b9%be%d4%a1%d2%c3

 

-        ปฏิบัติการ "มนุษย์ล้อ" ขึ้นรถเมล์ ยื่นอุทธรณ์คดีบีทีเอสต่อศาลปกครองสูงสุด

ขอบคุณที่มาของข่าว http://www.prachatai.com/journal/2009/10/26292

 

-        ภาพข่าวทางสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย เครือข่ายคนพิการยื่นอุธรณ์คำพิพากษาศาล

ขอบคุณที่มาของข่าว http://www.thaipbs.or.th/s1000_obj/front_page/page/1058.html?content_id=219744&content_detail_id=591415&content_category_id=688

 

-        แพทย์โรงพยาบาล ม.บูรพา ต้องการทราบความต้องการของคนพิการ

ขอบคุณที่มาของข่าว http://www.tddf.or.th/tddf/webboard/feedback.php?ID=7288&READNUM=13

 

-        วิถียุติธรรมสำหรับคนพิการ

ขอบคุณที่มาของข่าว http://www.tddf.or.th/tddf/newsroom/detail.php?id=0006863&newscate=01%3C/

 

-        สำนักงานประกันสังคมยอมรับความจริงบริการแย่กว่าบัตรทอง ขอบคุณที่มาของข่าว  http://www.posttoday.com/news.php?id=72480

 

-        ตร.ภาค ๔ จับมือรัฐ-เอกชนสร้างบ้านใหม่คนพิการ

ขอบคุณที่มาของข่าว http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=420&contentId=27190&hilight=%E0%B8%95%E0%B8%A3.%  E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%20%E0%B9%94%20%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3 

 

-         ภาคปชช.เตรียมยื่นจัดตั้ง"สภาผู้พิการอาเซียน"

ขอบคุณที่มาของข่าว http://www.komchadluek.net/detail/20091020/33555/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%8A%E0%B8%8A.%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E2%80%9C%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E2%80%9D.html

-        คนพิการออก "วงเวียนชีวิต" เป็นการ "ตบหน้า" อบต./เทศบาลว่าไม่มีประสิทธิภาพ ขอบคุณที่มาของข่าว http://www.tddf.or.th/tddf/newsroom/detail.php?id=0006889

-         

-        รายงาน เรื่องผู้หญิงพิการซ้ำซ้อนถูกข่มขืน (เอกสารตามไฟล์แนบ) ขอขอบคุณ คุณสุรีพร ยุพา ผู้จัดทำรายงาน

 

-        เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคร่วมแถลงข่าว 3G (เอกสารตามไฟล์แนบ) ขอขอบคุณ คุณอาภาณี มิตรทอง เอื้อเฟื้อข่าว

 

-         

ขออภัยหากอีเมลฉบับนี้เป็นการรบกวน หรือ ส่งซ้ำ หากท่านไม่ประสงค์รับข้อมูลข่าวสาร/ประชาสัมพันธ์ กรุณาแจ้งได้ที่ kwanruthai@dpiap.org 

เข้าชมเวบไซต์ของค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ได้ที่  www.dpiap.org

 

ขอบคุณค่ะ

ขวัญฤทัย สว่างศรี

ผู้ประสานงานโครงการภายในประเทศ

องค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

 

Best regards,

Ms.Kwanruthai  Savangsri

National Project Coordinator

 

**************************************************************

Disabled Peoples' International Asia-Pacific Region (DPI/AP)

92 Phaholyothin 5 Road, Samsennai, Phayathai Bangkok 10400 THAILAND

Tel: 66 (0)2 271-2123

Fax: 66 (0)2 271-2124

Email: kwanruthai@dpiap.org

Website: http://www.dpiap.org/

**************************************************************

 


วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552

ผลประโยชน์ต่างตอบแทน

 ผลประโยชน์ต่างตอบแทน / ตะเกียงเจ้าพายุ

บุญกรม ดงบังสถาน1/10/2552

 

ผลประโยชน์ต่างตอบแทน

 

                ปุถุชน คนเดินดินทุกคนย่อมมีโลภ โกรธ หลง แม้แต่นักการเมืองที่ผ่านศึกเหนือเสือใต้มามาก มีประสบการณ์โชกโชนอย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบด้านความมั่นคง

                เมื่อ เจอคำถามนักข่าวจี้ใจดำเข้าหน่อย สีหน้าแววตาที่แลดูสบายก็กลับเป็นเคร่งขรึม บึ้งตึงทันที แต่ก็ยังดีที่ข่มอารมณ์ได้ ไม่ถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

                นาย สุเทพให้สัมภาษณ์นักข่าวเรื่องที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้กองทัพก่อหนี้ผูกพัน ข้ามปีงบประมาณเพื่อจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ โดยนักข่าวถามจี้ใจดำว่ารัฐบาลเอาใจกองทัพเกินไปหรือไม่ นายสุเทพมีน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนที่จะตอบว่าการตั้งข้อกล่าวหาเป็นการตั้ง สมมติฐานที่ผิด

                เรื่อง นี้ จะเป็นการตั้งสมมติฐานที่ผิดของนักข่าวอย่างที่นายสุเทพเข้าใจหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อไปดูโครงการจัดซื้ออาวุธของเหล่าทัพ ซึ่งเมื่อเสนอขึ้นไปแล้วก็จะได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลทันที ไม่มีใครทักท้วงหรือขอนำไปศึกษาก่อนเหมือนกับโครงการของกระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ ที่เป็นฝ่ายพลเรือน

                ยิ่งไปกว่านั้น เพียงแค่ 2 อาทิตย์ติดๆ กันรัฐบาลเทกระจาดให้แก่กองทัพไปแล้วหมื่นกว่าล้านบาท มีทั้งยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดซื้อ การหลีกเลี่ยงรัฐธรรมนูญ แบบนี้จะไม่ให้เข้าใจว่ารัฐบาลเอาใจกองทัพเกินไปได้อย่างไร

                เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2552 ใน ช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ติดภารกิจ เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ ที่ประชุม ครม.ซึ่งมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้มีมติให้กระทรวงกลาโหมก่อหนี้ผูกพันเพื่อ จัด.ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ล็อตใหญ่โดยวิธีพิเศษ คือ ไม่ต้องประมูลประกวดราคาให้ยุ่งยาก

                โครงการจัดซื้ออาวุธที่รัฐบาลอนุมัติงบก้อนโตให้นี้มีทั้งของกองทัพบก กองทัพเรือและกองบัญชาการกองทัพไทย เช่น  จัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง 3 ลำ ปืนเล็กยาว 14,000 กระบอก

                จัดหารถบรรทุก 1,400 คัน รถบดล้อเหล็กล้อหนาม 36 คัน รถตีนตะขาบ 62 คัน รถบรรทุกขนาดใหญ่พร้อมปั้นจั่น 25 คัน รวมหนี้ผูกพันก้อนใหญ่เป็นตัวเลขกลมๆ 11,000 ล้านบาท

ถัดมาอีกอาทิตย์เดียว คือ วันอังคารที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมานี้เอง ครม.ซึ่งมีนายอิภสิทธิ์เป็นประธาน ก็ได้อนุมัติให้กองทัพบกก่อหนี้ผูกพันงบประมาณ เพื่อจัดหาเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบา 16 ลำ วงเงิน 1,100 ล้านบาทโดยวิธีพิเศษ และโครงการซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ วงเงิน 980 ล้านบาท เป็นต้น

เพราะ ฉะนั้น จึงไม่ควรตำหนินายสุเทพว่าฉวยโอกาสที่นายอภิสิทธิ์ไม่อยู่เอาใจทหาร รีบอนุมัติงบก้อนโตให้ เพราะไม่ว่านายอภิสิทธิ์อยู่หรือไม่อยู่ในที่ประชุมครม. มันก็มีค่าเท่ากัน

คือ ถ้าเป็นความต้องการของกองทัพ รัฐบาลชุดนี้หรือชุดไหนๆโดยเฉพาะรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากฐานของประชาชนอย่างแท้ จริง แต่ตั้งขึ้นมาได้เพราะได้กองทัพเป็นตัวช่วยด้วยแล้ว มักจะอนุมัติให้ตามที่กองทัพร้องขอทันที

ทั้งนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพหรือสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ปฏิเสธว่าถ้าไม่ได้ทหารช่วย พรรคก็จะไม่มีวันนี้ คือวันที่ได้เป็นรัฐบาล    ดังนั้น การเทกระจาดให้กองทัพเที่ยวนี้จึงถือว่าเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทน

คือ ตอบแทนที่ทหารได้ช่วยให้เกิดการพลิกขั้วการเมือง ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล

ผมเห็นใจและเข้าใจเหล่าทัพ เพราะตั้งแต่ฟองสบู่แตกเมื่อปี 2540 เป็น ต้นมา งบจัดซื้ออาวุธได้ถูกจำกัดจำเขี่ยมาตลอด เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ ในขณะที่อาวุธที่มีอยู่อาจจะตกรุ่นบ้างและของที่ไม่ได้ใช้ก็ต้องเสื่อมสภาพ เป็นธรรมดา ต้องมีค่าซ่อมบำรุงอยู่ตลอด แต่เมื่อเกิดรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 งบกระทรวงกลาโหมเริ่มสูงขึ้น

แต่ส่วนมากก็ยังเป็นงบประจำ คือ เงินเดือนและค่าฝึกศึกษาของกำลังพล ที่เป็นงบซื้ออาวุธนั้นมีน้อย

อย่าง ไรก็ตาม สิ่งที่อยากจะท้วงติง ได้แก่ วิธีการจัดซื้อ กองทัพได้เสนอ ครม.เปลี่ยนแปลงวิธีการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ ไม่ต้องประมูลประกวดราคาให้ยุ่งย่าก สามารถซื้อจากบริษัทโดยตรงได้เลย

ยิ่ง ไปกว่านั้น กองทัพยังชี้นิ้วระบุชื่อบริษัทที่จะจัดซื้ออาวุธไปด้วย เหมือนกับเป็นการมัดมือชกรัฐบาลอย่างนั่นแหละ ปิดช่องเอกชนรายอื่นไม่ให้เสนอสินค้าเข้าแข่งขัน

ซึ่ง ถ้าไปตรวจสอบทะเบียนการค้า บริษัทที่มีชื่ออยู่ในบัญชีที่กองทัพจะซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์ด้วยนั้นล้วนมีคน ที่มีนามสกุลที่เกี่ยวข้องพรรคการเมืองในปีกของรัฐบาลด้วย

ที่ น่าเกลียดกว่านั้น นึกไม่ถึงว่ารัฐบาลชุดนี้จะกล้าทำ คือ อนุมัติตามที่กองทัพเสนอให้ยกเว้นการจัดซื้ออาวุธต้องเป็นแบบรัฐต่อรัฐหรือ จีทูจี ซึ่งรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติไว้

โดย ให้กองทัพสามารถซื้อสินค้าจากบริษัทเอกชนได้โดยตรง เพราะถ้าหากซื้อแบบรัฐต่อรัฐตามระเบียบราชการ จะต้องเสนอขอความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190

เพื่อ ตัดปัญหาความยุ่งยาก รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ยอมตามที่กองทัพเสนอ คือ ให้ยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ โดยกองทัพสามารถทำสัญญาซื้ออาวุธจากเอกชนได้โดยตรง ไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา

นี่ถือเป็นการหลีกเลี่ยงรัฐธรรมนูญของรัฐบาลและกองทัพ เป็นตัวอย่างที่รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบหากมีอะไรเกิดขึ้นในภายหลัง

ไม่ เข้าใจว่ารัฐบาลต้องทำแบบนี้ด้วย ขั้นตอนต่อไปจะทำอย่างไรหลังจากที่รัฐบาลอนุมัติให้กองทัพทำสัญญากับเอกชน ได้โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่

รัฐธรรมนูญนั้นเหนือกว่ากฎหมายทั้งปวง มติครม.จะหลีกเลี่ยงรัฐธรรมนูญได้หรือไม่นั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิด

การ จัดซื้ออาวุธโดยวิธีพิเศษและไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา อาจจะทำให้กรรมวิธีต่างๆ เกิดความรวดเร็ว สะดวก กองทัพคงไม่ต้องการให้การซื้อเป็นเรื่องเอิกเกิรก เปิดเผยต่อสาธารณะ

แต่ผลเสียก็คือ อาจจะทำให้เกิดช่องทางทุจริตได้ง่าย  ปกติแล้วเอกชนที่ต้องการขายสินค้าก็ต้องมีการบวกค่าคอมมิสชั่นอยู่แล้ว ธุรกิจค้าอาวุธนั้นมีเอกชนเพียงไม่กี่รายหรอกที่สามารถทำได้

เพราะฉะนั้น วงการนี้จึงมีผลประโยชน์มหาศาล กินกันท้องกางเชียวแหละ

http://www.siamrath.co.th/uifont/Articledetail.aspx?nid=4295&acid=4295

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
kb
http://camp02.blogspot.com/ camp02
http://kb1951.blogspot.com/ tkpark
http://kbparks.blogspot.com/ tkpark9
http://word1951.blogspot.com/ wordpress
http://www.baanjomyut.com/library/lotus
http://www.pwdom.com
http://weblogcamp2009.blogspot.com/2009
http://www.twitter.com/kajorn
http://www.twitter.com/BKKFlashCamp
http://camp02.readyhomepage.com
http://www.twitter.com/sun1951
http://www.twitter.com/joomlacorner
http://sun1951.vaivaitraining.com
http://sun1951.wordpress.com
http://www.educationatclick.com/th/

ส.ส.โอดเบี้ยประชุม-ค่าอาหารไม่พอ

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11527 มติชนรายวัน


ส.ส.โอดเบี้ยประชุม-ค่าอาหารไม่พอ




เมื่อ วันที่ 30 กันยายน นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้า กมธ.จะเชิญ ประธาน กมธ.สามัญ 35 คณะ หารือการจัดสรรงบประมาณปี 2553 ในส่วนค่าเบี้ยประชุม ค่าอาหารสำหรับเลี้ยงผู้มาประชุม กมธ. พอแค่ 9 เดือน และในส่วน ส.ส.ได้รับจัดสรรน้อยกว่า ส.ว. อย่างเบี้ยประชุม กมธ.สภาได้รับการจัดสรร 50 ล้านบาท แต่ ส.ว.ได้ 76 ล้านบาท ทั้งที่ ส.ส.มีจำนวน 480 คน แต่ ส.ว.มีเพียง 150 คน กมธ.ของสภาก็มีถึง 35 คณะ แต่ของ ส.ว.มีเพียง 22 คณะ อีกทั้งการประชุม กมธ.ของสภาก็มีการประชุมมากกว่า อย่างไรก็ตาม ได้เชิญสำนักงบประมาณ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กรมบัญชีกลาง มาหารือการประชุม กมธ.สัปดาห์ที่แล้วว่า ถ้าโอนงบฯค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ ที่เหลือในปีงบประมาณปี 2552 มาโปะในส่วนดังกล่าวของปี 2553 นั้น น่าจะทำได้ และไม่ต้องส่งเงินที่เหลือจากการเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2552 คืนคลัง แต่ก็ยังไม่สรุป 100% กมธ.จึงให้ไปเตรียมเรื่องมาทั้งระเบียบ และตัวเลขงบประมาณที่เหลือจากการเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2552 เพื่อจะมาพิจารณาอีกครั้ง


หน้า 11

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552

วันจันทร์ที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๒ ณ ห้องปรินซ์บอลรูม ๓ ชั้น ๑๑ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ

พิธีประกาศเกียรติคุณสถานที่ดีเด่นที่เอื้อต่อคนพิการ  และ อปท. ดีเด่นด้านการจัดสวัสดิการสำหรับคนพิการ ประจำปี ๒๕๕๒ และ
การสัมมนาเรื่อง  “ การจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ ” วันจันทร์ที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๒
ณ ห้องปรินซ์บอลรูม ๓ ชั้น ๑๑ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ


--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
kb
http://camp02.blogspot.com/ camp02
http://kb1951.blogspot.com/ park
http://kbparks.blogspot.com/ kbpark
http://word1951.blogspot.com/ wordpress
http://www.baanjomyut.com/library/lotus
http://www.educationatclick.com
http://www.pwdom.com
http://weblogcamp2009.blogspot.com/2009
http://www.twitter.com/kajorn
http://www.twitter.com/BKKFlashCamp
http://camp02.readyhomepage.com
http://www.twitter.com/sun1951
http://www.twitter.com/joomlacorner
http://sun1951.vaivaitraining.com
http://sun1951.wordpress.com
http://www.educationatclick.com/th/

สรุปเวทีเสวนา "สิทธิคนพิการกับการเข้าถึงบริการโทรคมนาคม"

สรุปเวทีเสวนา “สิทธิคนพิการกับการเข้าถึงบริการโทรคมนาคม”

         ในปี ๒๕๕๒ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้จัดให้มีการพิจารณาทบทวนนโยบาย หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการดำเนินงานเพื่อจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่ว ถึง (USO) ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี   ซึ่งได้มีการดำเนินการพัฒนาร่าง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม   ซึ่งได้มีการดำเนินการจัดทำประชาพิจารณ์ไปตามลำดับขั้นแล้วนั้น
          สถาบัน คุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของเครือข่ายคนพิการในการพัฒนานโยบาย การเข้าถึงบริการโทรคมนาคม ดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับ เครือข่ายคนพิการ เครือข่ายนักวิชาการ  ตัวแทนผู้ประกอบการ   ในการจัดเวทีเสวนา  “สิทธิคนพิการกับการเข้าถึงบริการโทรคมนาคม” ขึ้น เพื่อเป็นเวทีในการสะท้อนความต้องการ และเสนอเจตนารมย์ของคนพิการต่อการพัฒนานโยบายการเข้าถึงบริการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง

กำหนดการ
การเสวนา “สิทธิคนพิการกับการเข้าถึงบริการโทรคมนาคม”
วันจันทร์ ที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๒  เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.
ณ ห้องประชุม ชั้น ๒ หอประชุมสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

๑๒.๓๐ –๑๓.๐๐  น.    ลงทะเบียนรับเอกสาร
๑๓.๐๐ – ๑๓.๑๕ น.    ชี้แจงวัตถุประสงค์  ลำดับความเป็นมา
                             โดย นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา
                                   ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม
๑๓. ๑๕  – ๑๔.๐๐ น.  สิทธิคนพิการตามรัฐธรรมนูญ  : ความเท่าเทียม ทั่วถึง  เป็นธรรม และมีศักดิ์ศรี
                              โดย นายมณเทียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา  
๑๔.๐๐ – ๑๕.๓๐ น.     เสวนาในหัวข้อ “ประกาศ USO ช่วยให้คนพิการเข้าถึงบริการโทรคมนาคมได้จริงหรือ”   
                              โดย  คุณต่อพงศ์ เสลานนท์   คณะอนุกรรมการเข้าถึงบริการโทรคมนาคม
                                     อ.วันทนีย์ พันธุชาติ      ศูนย์เทคโนโลยีอิเลคทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
                                     คุณอรดา เทพยานนท์   Chalmers University of Technology 
                                     นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม
                               ดำเนินรายการโดย  
                                     คุณชาญ   รูปสม   กรรมการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม
๑๕.๓๐ – ๑๕.๔๕ น.    ตัวแทนเครือข่ายคนพิการประกาศเจตนารมณ์และข้อเสนอจากที่ประชุม
๑๕.๔๕ – ๑๖.๐๐ น.     รับข้อเสนอจากเครือข่ายและกล่าวปิด โดย ศ.ดร.ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ 

ข้อเสนอในเวทีฯ คลิกที่นี่new.gif ข้อเสนอ.pdf

ติดตาม สรุปเสวนาสิทธิคนพิการฯ อย่างละเอียด.pdfnew.gif

ภาพบรรยากาศเวทีเสวนาฯ

IMG_1543.jpg

IMG_1546.jpg

IMG_1567.jpg

IMG_1577.jpg

IMG_1590.jpg

IMG_1596.jpg

 

สรุปเวทีเสวนา “สิทธิคนพิการกับการเข้าถึงบริการโทรคมนาคม”

         ในปี ๒๕๕๒ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้จัดให้มีการพิจารณาทบทวนนโยบาย หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการดำเนินงานเพื่อจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่ว ถึง (USO) ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี   ซึ่งได้มีการดำเนินการพัฒนาร่าง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข ในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม   ซึ่งได้มีการดำเนินการจัดทำประชาพิจารณ์ไปตามลำดับขั้นแล้วนั้น
          สถาบัน คุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของเครือข่ายคนพิการในการพัฒนานโยบาย การเข้าถึงบริการโทรคมนาคม ดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับ เครือข่ายคนพิการ เครือข่ายนักวิชาการ  ตัวแทนผู้ประกอบการ   ในการจัดเวทีเสวนา  “สิทธิคนพิการกับการเข้าถึงบริการโทรคมนาคม” ขึ้น เพื่อเป็นเวทีในการสะท้อนความต้องการ และเสนอเจตนารมย์ของคนพิการต่อการพัฒนานโยบายการเข้าถึงบริการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง

กำหนดการ
การเสวนา “สิทธิคนพิการกับการเข้าถึงบริการโทรคมนาคม”
วันจันทร์ ที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๒  เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.
ณ ห้องประชุม ชั้น ๒ หอประชุมสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

๑๒.๓๐ –๑๓.๐๐  น.    ลงทะเบียนรับเอกสาร
๑๓.๐๐ – ๑๓.๑๕ น.    ชี้แจงวัตถุประสงค์  ลำดับความเป็นมา
                             โดย นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา
                                   ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม
๑๓. ๑๕  – ๑๔.๐๐ น.  สิทธิคนพิการตามรัฐธรรมนูญ  : ความเท่าเทียม ทั่วถึง  เป็นธรรม และมีศักดิ์ศรี
                              โดย นายมณเทียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา  
๑๔.๐๐ – ๑๕.๓๐ น.     เสวนาในหัวข้อ “ประกาศ USO ช่วยให้คนพิการเข้าถึงบริการโทรคมนาคมได้จริงหรือ”   
                              โดย  คุณต่อพงศ์ เสลานนท์   คณะอนุกรรมการเข้าถึงบริการโทรคมนาคม
                                     อ.วันทนีย์ พันธุชาติ      ศูนย์เทคโนโลยีอิเลคทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
                                     คุณอรดา เทพยานนท์   Chalmers University of Technology 
                                     นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม
                               ดำเนินรายการโดย  
                                     คุณชาญ   รูปสม   กรรมการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม
๑๕.๓๐ – ๑๕.๔๕ น.    ตัวแทนเครือข่ายคนพิการประกาศเจตนารมณ์และข้อเสนอจากที่ประชุม
๑๕.๔๕ – ๑๖.๐๐ น.     รับข้อเสนอจากเครือข่ายและกล่าวปิด โดย ศ.ดร.ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ 

ข้อเสนอในเวทีฯ คลิกที่นี่new.gif ข้อเสนอ.pdf

ติดตาม สรุปเสวนาสิทธิคนพิการฯ อย่างละเอียด.pdfnew.gif

ภาพบรรยากาศเวทีเสวนาฯ

IMG_1543.jpg

IMG_1546.jpg

IMG_1567.jpg

IMG_1577.jpg

IMG_1590.jpg

IMG_1596.jpg

 

IMG_1663.jpg
IMG_1663.jpg